No Child No Imagine.

posted on 17 Oct 2011 19:12 by darkkiller
วินเซนต์ แวง โกะ เคยกล่าวไว้ว่า ...
"หากวัยเด็กและวัยเยาว์เป็นเรื่องไร้สาระ แล้วความมุ่งมาดปรารถนาที่จะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่จะมิยิ่งไร้สาระกว่าหรือ?"
 
 
วัยเด็กเป็นวัยที่มีความคิดสร้างสรรค์มากที่สุด ซึ่งบางครั้งมันก็มากเกินไป - -' อาจจะเพราะการ์ตูนหรืออะไรหลายๆอย่างที่หล่อหลวมรวมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ต่างๆกันไป ซึ่งในสมัยนี้หาไม่ยากนักที่จะเห็นเด็กเก่งในด้านดนตรี บางคนถึงกับคิดเพลงเองเป็นด้วยซ้ำ เก่งด้านการประดิษฐ์ อาจจะไม่เท่าหุ่นยนต์ระดับโลก แต่ก็เป็นของจิปาถะน่ารักๆ
 
ในสมัยก่อน เราจะมีคาบศิลปะเพื่อให้เด็กแสดงความสามรถตามใจชอบออกมาเต็มที่ ที่ไม่ใช่การแข่งขัน จะมีชั่วโมงวิชาประดิษฐ์ให้เด็กหาของมาประดิษฐ์เล่น ทั้งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้และไม่ได้ แต่นั่นก็คือการแนะนำให้เด็กกล้างจะแสดงความคดิสร้างสรรค์ของตัวเอง บ้างก็มีเด็กร้องเพลงมั่วๆ แต่งเอง มันอาจจะฟังไม่ได้เรื่อง แต่นั่นก็คือความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก
 
ในสมัยนี้ ทุกอย่างอยู่กับการแข่งขัน เด็กๆที่คิดจะเดินไปในทางที่ตัวเองชอบอาจจะโดนบีบบังคับทั้งทางสังคมและทางพ่อแม่ว่า ไร้สาระ หางานทำไม่ได้ แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เพราะเราก็ยังเห็นนักเต้นโคเวอร์ที่มีใจรัก นักดนตรี นักร้องหลายๆคนที่ได้เดินตามรอยความฝันของตัวเอง แต่โดยมากก็จะโดนกีดกันในขอบเขตของ...การไม่ตกงานในอนาคต
 
หลายครั้งที่หันหลังกลับไปมองตัวเองในตอนเด็ก ทำไมตอนนั้นเราถึงวาดรูปได้สวยกว่านี้? ทำไมตอนนั้นเราถึงมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่านี้? ทำไมก่อนหน้านี้เราสามารถออกแบบอีเว้น หรือออกแบบตกแต่งหนังสือเล่มหนึ่งได้ออกมาสวยมาก แต่เดี๋ยวนี้มันช่าง...ไร้ซึ่งรสนิยม และเห่ยมากๆ?
 
เริ่มรู้สึกไหม? ว่าตราบวันที่เรายิ่งโตขึ้น เราเองก็ยิ่งสูญเสียความเป็นเด็กลงไปทุกวันๆ ตัวเราที่เคยเป็นเด็กจากที่ได้โลดเล่นอย่างเต็มที่ กลับค่อยถูกขังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่ลึกลงไปเรื่อยๆๆ หลายครั้งที่เขาอยากจะออกมา แต่ก็ถูกกดดันด้วยคำว่า "ไม่มีเวลา" "ต้องทำงาน" "เราเป็นผู้ใหญ่แล้ว" จนสุดท้ายเขาก็หายไปโดยที่เราไม่รู้ตัว พอมารู้สึกตัวอีกที 'เขา'คนนั้นก็หายไปไหนไม่รู้ ยากที่จะเรียกกลับคืน
 
หลายคนที่ได้ปล่อยให้ความเป็นเด็กของตัวเองออกมาเดินโลดแล่นได้เต็มที่ มีบ้างที่ต้องเครียด ต้องทุ่มเท แต่ทุกครั้งที่เครียดและทุ่มเท เขาได้รวมแรงรวมใจกับความเป็นเด็กของเขาเข้าไปด้วย ไม่ใช่ว่าผลักไสกันเข้าไป จน'เขา'หายไป แต่ก็มีอีกหลายคนที่อยู่ในสิ่งที่ตัวเองบอกว่ารัก แต่สุดท้าย...เราก็ผลักไสเขาไป และเมื่อวันนึงที่ต้องการ'เขา'กลับมา ... มันอาจจะช้าเกินไป ?
 
หลายครั้งที่บอกกับตัวเองว่า ตอนนี้เราทำอะไรอยู่? เราได้ทิ้งอะไรไปมั่งแล้ว? ทำไมเราถึงเป็นแบบนี้ และตอนนี้...เราได้สูญเสียอะไรไปบ้าง?
 
หลายๆคนคงเคยดูภาพยนต์เรื่อง "นาร์เนีย ภาคที่ 3" ยอมรับเลยว่าไม่พอใจมากๆ ตอนที่อัสลานบอกว่า ลูซี่และเอ็ดมันส์ จะไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เช่นเดียวกับที่ ปีเตอร์ และ ซูซาน ไม่ได้กลับมายังนาร์เนียอีก ด้วยเหตุผลที่ว่า ... "พวกเธอโตแล้ว และมีหน้าที่ที่ตัวเองต้องทำ"
 
ถ้าอย่างนั้น ขอไม่โตจะได้ไหม? ... ถ้าเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องไร้ซึ่งจินตนาการ และความเป็นเด็กในตัวเอง สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเคยปรารถนา
 
เพราะชีิวตจริงไม่เหมือน เนเวอร์แลนด์ ดั่งในเรื่อง "ปีเตอร์แพน" เราจึงต้องเป็นเหมือน "จูดี้' ที่ต้องกลับมาสู่โลกความจริง แต่งงานและมีครอบครัว ไม่สามารถที่จะเป็นเด็กตลอดไปอย่างปีเตอร์แพน
 
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราเป็นเด็กตลอดไปทั้งชีวิตอย่างปีเตอร์แพนแล้วมันจะดี ? แต่ถ้าต้องอยู่ในโลกที่มีแต่ ตรรกะ และ การแก่งแย่ง ก็ใช่ว่าจะดีไปทั้งหมด ?
 
ขอเอาจูดี้กับปีเตอร์แพนมาเขย่าๆรวมกันแล้วแบ่งครึ่งได้ไหม ?
 
เมื่อประมาณอาทิตย์ก่อนมีโอกาสได้อ่านหนังสือเรื่อง "โตเกียวไม่มีขา" ชอบประโยคนำที่ 'นิ้วกลม' ได้เอ่ยไว้ ซึ่งเขาเอามาจากภาพยนต์เรื่อง

Comment

Comment:

Tweet

confused smile

#2 By PRINCEZpunch on 2011-10-18 00:08

หลงมาฮัฟ big smile

#1 By ไข่ต้ม on 2011-10-17 23:59